เครือข่าย 5g

ทำไมต้อง 5G ถึงเวลาเปลี่ยนผ่านแล้วหรือยัง

9 / 100

5G คือเทคโนโลยีการสื่อสารที่มาใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในด้านต่างๆให้รวดเร็วเข้าถึงง่ายมากขึ้น เพื่อมาแทนที่ 4G เทคโนโลยีเดิม และมันยังมีข้อดีที่มากกว่าความรวดเร็วอีกมากมาย

ในอดีต เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้วเรายังคงสื่อสารกันแบบ 1G ที่คุยกันผ่านสายแบบอนาลอคเท่านั้น หลังจากนั้นก็เป็นยุค 2G ที่ส่งข้อความกันผ่าน MMS และส่งเป็นText ผ่าน SMS กันหลังจากนั้นเทคโนโลยี 3G ก็เข้ามา ทำให้เราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้บนโทรศัพท์มือถือด้วยความเร็วประมาณ 20 kbps และพัฒนามาสูงสุดที่ 42 Mbps หลังจากนั้นก็มี 4G เข้ามา ที่มีความเร็วสูงขึ้นและพัฒนาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปี มีความเร็วในระดับที่เราสามารถดูหนังและวิดีโอคอลความละเอียดสูงได้กันแบบออนไลน์ อย่าง 4G LTE ( 100 Mbps), 4G LTEcat4 150mbpsและ 4G LTE Advance 1GB

จนสุดท้ายก็มีการมาถึงของ 5G 5th generation ที่จะมีความเร็วอินเตอร์เน็ตเน็ตสูงถึง 10GB หรืออธิบายให้เห็นภาพคือสามารถ ดาวน์โหลดหนังความละเอียดชัดแบบ 8K ได้ภายใน 6วินาทีเท่านั้นซึ่งนอกจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นมากแล้วยังมีข้อดีในด้าน การประหยัดพลังงาน ซึ่งถ้าเทคโนลียีของสมาร์ทโฟนถูกออกแบบมารองรับแล้วเราอาจจะยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไปมากกว่าเดิมถึง 10 เท่าเลยทีเดียว โดยที่ 5G ยังมีข้อดีที่ดีกว่า 4G อีกมากมาย ทั้งเรื่องการตอบสนอง Latency ที่ต่ำกว่า เมื่อก่อนหากเล่นเกมผ่าน 4G อาจจะมีดีเลย์ด้วยค่า Ping 30-40 ms และจะลดลงเหลือเพียง 2-3ms หากใช้5G และความเร็วที่มากขึ้นก็รับส่งข้อมูลได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีช่วงคลื่นที่รองรับการใช้งานของคนในพื้นที่ได้มากกว่า ราวๆ 1แสนคนต่อตารางกิโลเมตร และยังมีความถี่ของคลื่นให้รองรับการใช้งานได้มากกว่า

หากมี 5G ก็จะสามารถดูหนังดูวิดีโอบน Youtube, Netflix ได้ทุกที่ เพราะมันรับส่งข้อมูลไวกว่าเป็นอย่างมาก อัตราการสูญหายของข้อมูลระหว่างเชื่อมต่อก็น้อยลงเยอะถ้าเทียบกับ 4G และยังมีข้อดีที่ลด Latency สำหรับการเชื่อมต่ออย่างอุปกรณ์ จำพวก AR หรือ VR หากเรามี 5G เราอาจจะไม่ต้องการมือถือที่มีสเปคดีเพื่อเล่นเกม เราอาจจะเล่นผ่านระบบอย่างStadia ที่เป็นการส่งข้อมูลไปถึงเครื่องหลักที่มีสเปคที่ดีกว่า คล้ายๆกับการ Remoter ถึงเครื่องอื่นๆ จนปัจจุบันนี้ เทคโนโลยี 5G จะยังถูกพัฒนาต่อไปอีกเรื่อยๆ และมีประโยชน์ในด้านอื่นๆอย่าง การส่งข้อมูลการรักษาทางการแพทย์ หรือข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ในการทำงานประสานงานต่างๆ เนื่องจาก 5G เป็นพื้นที่สำหรับรองรับข้อมูลที่เร็วกว่าและมากกว่าในอนาคตเราอาจจะส่งไฟล์ขนาด 10 gb เพียงแค่การส่งเพียงครั้งเดียวแบบการพิมพ์แชทหากัน ไม่ต้องมานั่งบีบอัดไฟล์อีกต่อไป

แม้ในปัจจุบันเอง 5G ยังไม่ได้ครอบคลุมแพร่หลายไปทั่วประเทศ แต่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นั้นก็เริ่มกระจายตัวเสาสัญญาณกันไปโดยรวมแล้ว อนาคตการใช้ 5G คงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น การติดต่อสื่อสารต่างๆอาจจะไวมากขึ้น การมีเทคโนโลยีมารองรับกระแสการทำงานที่เปลี่ยนไปเป็นแบบWork from Home เสียส่วนใหญ่อาจจะเป็นข้อได้เปรียบของคนที่ใช้งาน 5G มากกว่า 4G อย่างเห็นได้ชัด

ส่วนใครที่อยู่ในพื้นที่ ก.ท.ม. แล้วอยากลองสัมผัสคลื่น5G ก็สามารถมองหาสมาร์ทโฟนที่รองรับ5G มาใช้งานกันได้เลยเพราะในปัจจุบัน ราคาสมาร์ทโฟนก็ไม่ได้สูงเกินหมื่นเหมือนในช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว กย

Share