เทคโนโลยี block chain

Block Chain คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง

            ในช่วงปี 2020 นี้หลายๆคนคงได้ยินคำว่า Block Chain กันเยอะพอสมควร แล้ว Block Chain คืออะไร มันทำอะไรได้บ้าง ดีอย่างไร วันนี้เราจะอธิบายแบบเข้าใจง่ายให้เข้าใจกัน

Block Chain คืออะไร

เทคโนโลยีรูปแบบใหม่บนโลกอินเตอร์เน็ต เป็นเทคโนโลยี ที่ Decentralize หรือลดความเป็นศูนย์กลางอำนาจของตัวกลางต่างๆ เช่น จะฝากเงินก็ต้องไปฝากกับ ธนาคาร โดยที่ธนาคารนั้นถือเป็นตัวกลางที่มีข้อตกลง และข้อแม้ต่างๆแตกต่างกันไป เทคโนโลยี Block Chain ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดอำนาจของตัวกลางเหล่านี้ เพื่อให้เรื่องต่างๆตรวจสอบได้จริงๆ และอาจลดขั้นตอนการทำงานผ่านตัวกลางต่างๆได้เป็นอย่างมาก ฉะนั้นอาจจะกล่าวได้อีกแบบหนึ่งว่า Block Chain นั้นจะกระจายข้อมูลหนึ่ง ไปยังผู้ใช้หลายๆที่เป็นโครงข่ายในระบบเดียวกัน และผู้ใช้แต่ละคนนั้นจะมีข้อมูลเดียวกันส่วนหนึ่งเชื่อมต่อกันเป็น บล็อค โดยมีโซ่ เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อของข้อมูลต่างๆ มันถึงได้เรียกว่าเทคโนโลยี Block Chain นั่นเอง

Block Chain ดียังไง ทำอะไรได้บ้าง

เทคโนโลยี Block Chain จะทำให้เกิดความโปร่งใส่ในการทำธุรกรรมต่างๆบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น เพราะผู้ใช้แต่ละคนมีข้อมูลแต่ละส่วนที่เหมือนกัน สามารถตรวจสอบได้ ยกตัวอย่างเช่นการทำธุรกรรมการเงินของทางธนาคาร ผู้ใช้ก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่า ธนาคารนั้นให้อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ และถือหุ้นผลกำไรอยู่เท่าไหร่ เป็นต้น ในอีกแง่หนึ่งคือการกระจายฐานข้อมูลก็คือการกระจายความเสี่ยง เราคงจะจินตนาการออกว่าหาก เจ้าของหุ้นบริษัทแห่งหนึ่ง ได้รับข้อมูลก่อนซึ่งพบว่าแนวโน้มผลกำไรของบริษัทนั้นมีเกณฑ์ที่จะลดลง เจ้าของหุ้นนั้นจึงตัดสินใจรีบตัดสินใจขายหุ้นของบริษัทนั้นทิ้งก่อน ที่บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลสู่ตลาด เทคโนโลยี Block Chain นั้นก็สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาในลักษณะนี้ เพื่อให้ผู้ใช้ในระบบถือข้อมูลแบบเดียวกันที่จะสามารถตรวจสอบได้อย่างทั่วถึงไปพร้อมๆกันได้ ตัวอย่างอื่นๆที่มีให้เห็นจากหลายๆสถาบันที่ใช้เทคโนโลยี Block Chain ในต่างประเทศทำให้เราพบข้อเท็จจริงว่า เทคโนโลยี Block Chain จะช่วยลด paper work หรือลดภาระงานเอกสารต่างๆ ซึ่งก็หมายความว่าจะลดภาวะโลกร้อนไปในตัวได้อีกด้วย เพราะการกระจายข้อมูลของบริษัทไปเก็บแต่ละที่นั้น นอกจากจะป้องกันการสูญหาย 100% ของข้อมูลได้แล้ว ข้อมูลเหล่านั้นยังสามารถตรวจสอบได้และ ลดภาระงานเอกสารได้ไปหลายเท่าตัวเลยดีเดียว หากพูดถึงเทคโนโลยี Block Chain  ที่หากประยุกต์ใช้ให้จับต้องง่ายในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การศึกษา เราอาจจะไม่จำเป็นต้องขอเอกสารทางการศึกษาอีกต่อไป หากใช้ระบบ Block Chain การรออนุมัติเอกสารจากทางสถาบันก็จะลดลง หรือ หากใช้กับโรงพยาบาล เราอาจจะไม่ต้องรอคิวเพื่อให้พยาบาลคอยซักประวัติเราใหม่ทุกครั้ง เพราะหลายๆโรงพยาบาลก็จะถือข้อมูลผู้ป่วย ที่อยู่ใน Block Chain เดียวกัน แพทย์อาจจะไม่ต้องทำเอกสารส่งตัว ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุอาจจะไม่ต้องรอให้ญาติมากรอกประวัติอีกต่อไป

            จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี Block Chain นั้นมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งกระจายความรวมอำนาจของสถาบัน กระจายความเสี่ยง สามารถตรวจสอบได้ และยังลดภาระงานบางอย่างให้การหลายๆสถาบันอีก ในอนาคตข้างหน้าการปรับใช้ เทคโนโลยี Block Chain อาจจะมีให้เห็นมากขึ้นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขององค์กรต่างๆต่อไป

Share